Home  |  About us  |  Program Tour  |  Service   |  Photo Gallery  |  Tips   |  Contact us
โปรแกรมทัวร์ เที่ยววันธรรมดา
 
เรียนรู้ดูนก / ดูผีเสื้อ, กรุงเทพฯ - แก่งกระจาน
----------------------------------
วิถีชีวิตคนไทย ชมเมืองโบราณ อร่อยกับก๋วยเตี๋ยวเรือ ดูปลาเสือพ่นน้ำ
พายเรือเก็บผัก อาบน้ำริมคลอง ใส่บาตรตอนเช้า
----------------------------------
World Heritage and Thai Life in Ayudhya
----------------------------------
โปรแกรมทัวร์ ในประเทศ
ดูนกป่าดอยอินทนนท์ – นกน้ำเชียงแสน
----------------------------------
ฟาร์มหอย คลองร้อยสาย
พะโต๊ะ ลังกาจิว
----------------------------------
ดูนกภูเขียว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ
----------------------------------
กรุงเทพฯ – เขาใหญ่ กางเต๊นท์
----------------------------------
โปรแกรมฝึกเด็กดูนก/วาดรูป ที่บางพระ
----------------------------------
BIRD WATCHING TOUR BANGKOK-KAENG KRAJARN (1 DAY TRIP)
----------------------------------
ADVENTURE AT PHU KEO (3D 3N)
----------------------------------

 
เคล็ดไม่ลับ…เพื่อนักดูนก
นกส่วนใหญ่จะชอบความเป็นส่วนตั๊ว ส่วนตัวสูง ขี้ตกใจ ไม่ค่อยชอบให้ใครเข้าใกล้ได้มากนัก เพราะฉะนั้นนักดูนกควรจะมีอุปกรณ์ในการดูนก นั่นคือ กล้องสองตา หรือกล้องเทเลสโคป เพื่อช่วยให้เห็นรายละเอียดของนกมากขึ้น เช่น รูปร่าง สีสัน และพฤติกรรมต่างๆ แต่สิ่งที่สำคัญจนขาดไม่ได้
1.ควรเลือกเวลาดูนกช่วงเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะเป็นช่วงที่นกส่วนใหญ่จะเริ่มออกหาอาหาร ประมาณ 10.00 น. เป็นต้นไป นกจะออกหาอาหารน้อยลงและเริ่มพักผ่อน นกจะเริ่มออกหาอาหารอีกครั้งประมาณ 14.00 จนกระทั่งถึงช่วงพลบค่ำ ซึ่งเป็นช่วงเวลา(เปลี่ยนกะ)ให้นกกลางคืนออกหาอาหาร
2.พยายามหยุดทุกๆ 5 นาที เพื่อสำรวจรอบๆ ตัวว่าในระยะที่มองเห็นนกด้วยตาเปล่า เจอนกกี่ตัว ชนิดไหนบ้าง เสียงร้องของน้องนกเป็นแบบไหน ฯลฯ
3.ไล่สายตามองหานกตั้งแต่บนพื้นดิน ในกอหญ้า พุ่มไม้ ต้นไม้ ตั้งแต่ระดับโคนต้นขึ้นไปจนถึง ระดับยอดไม้ รวมทั้งในท้องฟ้า
4.ส่งเสียงให้น้อยที่สุด หยุดทุกเสียงพูด ไอ จาม กระแอม หรือเสียงที่เกิดจากการเหยียบใบไม้แห้ง เพราะจะทำให้นกตกใจหนีไปเสียก่อนจะได้เห็นตัว
5. ควรรีบส่องกล้องสองตาดูทันที ในระยะที่มองเห็นนก เพราะเราอาจเข้าใกล้ได้เพียงแค่นั้น ไม่งั้นอาจจะพลาดโอกาส แต่ถ้าหากนกยังไม่หนีไปไหน ก็ให้ค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ๆ อีกนิด จะได้เห็นชัดขึ้น ขอย้ำ…ว่าค่อยๆ ย่อง ไม่ใช่พุ่งพรวด...ไม่งั้นน้องนก จะตกใจ...บินหนีไปต่อหน้าต่อตา
6. พยายามจดจำรายละเอียดของนกแต่ละตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ว่ามีสีสัน ลวดลาย และพฤติกรรมยังไง เพราะจะช่วยในการจำแนกชนิดของนกได้ง่ายขึ้น
7.คุณอาจเริ่มต้นดูนกที่อยู่รอบๆ บ้านก่อนก็ได้ แล้วค่อยขยับไปดูในสวนสาธารณะ ชานเมือง ทุ่งนา พอเริ่มชำนาญ ค่อยเลื่อนขั้นเข้าไปดูนกตามป่าเขาลำเนาไพร


เตรียมตัวเตรียมใจ...ก่อนไปล่องแก่ง
1.ต้องเตรียมความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ ส่วนใครที่มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่ออันตรายขอแนะนำให้เปลี่ยนไปกิจกรรมแบบเบาๆ อย่างดูนกแทนนะจ๊ะ
2.ควรมีเวลาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เผื่อการเดินทางไปยังแก่งต่างๆ ด้วย
3.สวมชุดที่รัดกุม กระฉับกระเฉง พร้อมจะเปียกน้ำ อาทิ เสื้อยืด กางเกงขาสั้น
4.กล้องถ่ายภาพ และของใช้ต่างๆ ควรใส่ถุงกันเปียกหรือถุงพลาสติกให้เรียบร้อย แต่เอาไปน้อยๆ จะดีกว่า เพราะพื้นที่ขนสัมภาระมีจำกัด
5.เรียนรู้วิธีการพายเรือ และปฏิบัติตามคำแนะนำของกัปตันเรืออย่างเคร่งครัด ถ้าแรงดี...โปรดอย่าอู้ จะได้ไม่พลาดความมันส์
6.สวมอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยให้พร้อม อาทิ เสื้อชูชีพ หมวกกันน็อก เพราะเสื้อชูชีพจะช่วยพยุงตัวเราให้ลอยเหนือน้ำหากพลัดตกเรือ ส่วนหมวกกันน็อกจะช่วยป้องกันศีรษะจากการกระแทกกับหิน หรือไม้พายของคนข้างหลัง จะเที่ยวจะลุยยังไง...ก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน จริงมั้ยจ๊ะ

การจัดระดับความยากของแก่งตามมาตรฐานสากล
ระดับ 1 ง่ายมาก น้ำไหลเอื่อย มีแก่งเล็กน้อย คนทั่วไปสามารถพายได้
ระดับ 2 ธรรมดา น้ำไหลแรงขึ้น มีแก่งที่ต้องใช้เทคนิค ต้องมีทักษะฝีมือในการพายพอสมควร
ระดับ 3 ปานกลาง เริ่มมีแก่งน่าตื่นเต้น เทคนิคการพายสูงขึ้น ต้องเรียนรู้การพาย จึงต้องฝึกเทคนิคบ้าง
ระดับ 4 ยาก มีแก่งที่ต้องใช้ทั้งเทคนิคฝีมือและทักษะในการพาย และต้องระมัดระวังในการล่องแก่ง
ระดับ 5 ยากมาก มีน้ำไหลเชี่ยว ต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์ฝีมือในการพายสูง และต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ระดับ 6 อันตราย แก่งมีลักษณะเป็นน้ำตกไม่เหมาะแก่การล่องแก่ง

การบังคับทิศทางของเรือ
สามัคคีคือพลัง...เมื่อลงเรือลำเดียวกัน...โปรดอย่าอู้ 5555 ฉะนั้นก่อนจะออกเรืออาจมีการเตี้ยมกันสักเล็กน้อย ว่าใครจะเล่นบทอะไร พายด้านไหน แต่ส่วนใหญ่จะมีกัปตันเรือที่เป็นคนคอยนำทางและแนะวิธีการพายเพื่อให้ผ่านแต่ละแก่งให้อยู่แล้ว...เพียงแค่ฟังคำสั่งของกัปตันเรือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เท่านั้นก็พอแล้วจ้า

อยากให้เรือเดินหน้า คนที่นั่งทางด้านซ้ายและขวาจะต้องพายเดินหน้า คนท้ายเรือ หรือกัปตัน จะต้องถือท้ายให้ตรง ทีนี้อยากให้ไปเร็วแค่ไหน…ก็ต้องจ้ำ จ้ำ จ้วง จ้วง กันเอาเอง
อยากให้เรือถอยหลัง คนที่นั่งทางด้านซ้ายและขวาจะต้องพายถอยหลัง คนท้ายเรือจะต้องถือท้ายให้ตรง
อยากเลี้ยวขวา คนที่นั่งทางซ้ายจะต้องพายเดินหน้า ส่วนคนที่นั่งทางขวาอย่าอยู่เฉยๆ จะต้องพายถอยหลัง ส่วนกัปตันจะพายจากซ้ายมาขวา
อยากเลี้ยวซ้าย คนที่นั่งทางซ้ายจะต้องพายถอยหลัง ส่วนคนที่นั่งทางขวาจะต้องพายเดินหน้า กัปตันจะพายจากขวามาซ้าย

แต่ถ้าหากพลัดตกน้ำ…ก็อย่าเพิ่งตกใจ…เพราะยังไงก็ยังมีเสื้อชูชีพ…พยายามว่ายเข้าหาเรือ…หรือลอยตัวอยู่เหนือน้ำในลักษณะท่านอนหงาย ยกขาทั้งสองข้างขึ้นระดับผิวน้ำ เสื้อชูชีพจะช่วยพยุงตัวให้ลอย พยายามให้ขายื่นไปด้านหน้าในขณะที่ไหลไปตามกระแสน้ำ แล้วค่อยๆ เตะขาอย่างช้าๆ เพื่อชะลอความเร็วและป้องกันตัวเองจากการกระแทกกับแก่งหิน…แล้วรอเพื่อนๆ ตามมาเก็บ…เอ๊ย…ตามมาช่วยพากลับขึ้นเรืออีกครั้ง

   
 
treakkingthai | sabuy | tourthai | talaythai | thaigreenzone | thaiwildlife | thai-tour | Weekend Hobby
© 2002 Bird Eye View Tours Company Limited : TAT No. 11/2680 : best view with 1024x768 resolution